FONTSIZE
ข้อมูลวัฒนธรรม >> มรดกทางวัฒนธรรม
ประวัติหมู่บ้านกระเหรี่ยงบ้านป่าหมาก หมู่ที่ ๘ ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 1 ก.ย. 2565 (จำนวนคนอ่าน517คน)

ประวัติหมู่บ้านป่าหมากแบบดั้งเดิม
 
ก่อนอื่นก็ต้องขอพูดถึงลุงเงิน เพราะลุงเงินเป็นผู้อาวุโสของหมู่บ้าน ลุงเงินเล่าว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นลุงเงินเองมีอายุ 30 กว่า ส่วนลุงแดงซึ่งเป็นน้องชายตอนนั้นเป็นหนุ่มแล้วอายุประมาณ 20 ต้น ๆ ลุงเงินและลุงแดงบอกว่าถ้ามาทบทวนความหลังยังพอจำได้ 5 ชั่วคนพอจะร่ายลำดับชื่อบรรพบุรุษดังต่อไปนี้ แม่ ชื่อ น้อวาซิ พ่อ ชื่อ รวยบิ้ ปู่ ชื่อ พุเค้ ย่า ชื่อ พิ้จาเป๊ ตา ชื่อ พื้อกุเย็น ยาย ชื่อ น่อดี๊ ทวดของปู่ ชื่อ พื้อติฮิ ทวดหญิง ชื่อ พี้เจเลพลู้ ทวดทางตา ชื่อ พื้อปรี่อู้ ทวดหญิง ชื่อ พี้เมะพลู้
 
ลุงเงินมีอายุประมาณ 105 ปีมีพี่น้องทั้งหมด 8 คนตายไปตอนเด็ก 2 คน เสียชีวิตก่อน 3 คน ลุงเงินมีพี่น้องเหลือ 3 คน ได้แก่ 1. ลุงเงิน (เสียชีวิต) 2. ลุงแดง (ยังมีชีวิตอยู่) 3. ป้าน่อลุ (ยังมีชีวิตอยู่) 4. ป้าจี้ทุ้ย (เสียชีวิตแล้ว) 5. ป้าจี้เจ (เสียชีวิตแล้ว) 6. ป้าซ้วยเจ (เสียชีวิตแล้ว)
 
ประวัติของลุงใบหรือพื้อหม่อละ/ประวัติดั้งเดิม
 
ลุงใบมีที่ดินผืนใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้มอบให้ส่วนรวมเป็นที่ตั้งหมู่บ้านป่าหมาก ร.ร.ตชด.บ้านป่าหมากและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ลุงใบมีอายุมากกว่าลุงเงิน 2 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) เรียงลำดับชื่อพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง ดังต่อไปนี้ พ่อ ชื่อ ทุปุ แม่ ชื่อ พ้อทู้ มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน 1. จ้วยแต้ 2. ลุงซึ 3. ลุงใบ 4. ด๊าเบล๊ะ 5. ด๊าน่อ ภรรยาลุงใบ ชื่อ บีเค่ย มีลูก 3 คน 1. ลุงป่อ 2. ลุงนุ้ยคึ (เปลี่ยน) 3. ลุงเด๊คึ (เสียชีวิตแล้ว)
 
ในอดีตคนกระเหรี่ยงไม่มีการใช้นามสกุลกัน ส่วนนามสกุลใจเย็นนั้นเอามาจากบรรพบุรุษ คนหนึ่ง ชื่อ ปู่กุเย็น ดังนั้นลูกหลานตามสายเลือดจึงใช้นามสกุล ใจเย็น ในสมัยนั้นยังไม่มีผู้ใหญ่บ้านจึงมีแต่หัวหน้าเผ่า ชื่อ ม่วย ซึ่งหัวหน้าเผ่าม่วยได้ทำหน้าที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนกระเหรี่ยงตามลำน้ำแพรกตะลุย
 
พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้โดยทำการผลิตข้าวเปลือกเป็นหลัก ส่วนที่ต้องอาศัยซื้อของจากตลาดในเมืองบ้างก็มีแต่ มีด ขวาน เกลือ ตะกั่ว ดินปะสิว และกำมะถันเท่านั้น พูดได้ว่าพวกเขามีชีวิตแบบพึ่งตนเองแท้ ๆ
 
หน่วยงานรัฐไปพบชุมชนแห่งนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 โดยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 145 สังกัด กก.ตชด.14 ในปัจจุบัน ได้ลาดตระเวนมาพบชาวกระเหรี่ยงบ้านป่าหมาก
 
ในปี พ.ศ.2534 นำโดยนายทองพูนร่วมกับผู้ช่วยบุญธรรม ชูชาติ หรือชะทู้ (ผู้ช่วยผู้ใหญ่ ม.6 ป่าเด็งในสมัยนั้น) และผู้ใหญ่ชาย ใจเย็น (พ้านุ้ยบุ๊) ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ยังไม่เป็นทางการในสมัยนั้น ได้ร่วมประสานงานรวบรวมชาวบ้านตามลำน้ำแพรกตะลุยมาอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน
 
ในปี พ.ศ. 2534 ยังรวมไม่ได้มากเท่าไหร่ จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2536-2537 จึงได้รวมกันเป็นหมู่บ้าน ในปี พ.ศ. 2538 ได้มีบุคลกลุ่มหนึ่งได้บุกเบิกตั้งโรงเรียนบ้านป่าหมาก บุคลที่ดำเนินการ คือ นางบุญชู คงเหมาะ และนายสาย คงเหมาะ รวมกับคนหมู่บ้านแพรกตะลุยอีกหลายคนตั้งโรงเรียนป่าหมากขึ้นมา
 
ตอนแรกก็เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ได้งบประมาณจาก กศน.อำเภอปราณบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังจึงสร้างโรงเรียนใหม่ขึ้น และครูคนแรกของโรงเรียนบ้านป่าหมาก คือ อาจารย์ไพโรจน์ จันทดี ซึ่งเป็นครูโรงเรียน กศน.ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยหมู่บ้านแพรกตะลุยมาช่วยสอน ต่อมามีอาจารย์ไพโรจน์ สันพิชัย มาสอนต่อ
 
ในอดีตหมู่บ้านป่าหมากขึ้นกับอำเภอปราณบุรี หมู่ที่ 6 ตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้มีการทำบัตรประจำตัวเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยเริ่มทำบัตร 2 ประเภท คือ 1. เขียวขอบแดง (รอสัญชาติ) 2. บัตรฟ้าขอบแดง (ได้สัญชาติ) ตอนนั้น นายเพชรพร โกมลฤทธิ์ (ผู้ใหญ่ไต๋) เป็นผู้ใหญ่บ้านแพรกตะลุยหมู่ที่ 6 ตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ในปัจจุบันทางการได้โอนหมู่บ้านป่าหมากไปขึ้นอยู่กับหมู่ที่ 8 ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
ในหมู่บ้านป่าหมากบุคคลที่มีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกมีน้อยมาก จนกระทั่งประมาณ ปีพ.ศ. 2547-2548 จึงได้มีการให้สัญชาติทำบัตรประชาชนแก่ชาวบ้านมากขึ้นมาเป็นลำดับ
 
หลังตั้งหมู่บ้านแล้วจึงมีการตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาอย่างเป็นทางการ โดยตำรวจตระเวนชายแดน ชื่อ หมวดภาพ และมีผู้ปกครองหมู่บ้านในสมัยนั้น ดังนี้ 1. นายชาย ใจเย็น (แต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการ) 2. นายปุ๋ย ใจเย็น (แต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการ) 3. นายกุลเดช อยู่เจริญ (แต่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการ) 4. นายชัยยา ปิติพนา (แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ) 5. นายชัยศักดิ์ เตาะไธสง (แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ)
 
เดิมหมู่บ้านป่าหมากมีจำนวนหลังคาเรือนไม่มากเท่าไหร่ แต่หลังจากปี พ.ศ. 2542 ทางการได้ย้ายชาวสวนทุเรียนมารวมกับชาวบ้านป่าหมาก จนกระทั่งทุกวันนี้มีร้อยกว่าหลังคาเรือน
 
ครั้งแรกที่รวมหมู่บ้านสวนทุเรียนมีครูตำรวจตระเวนชายแดนมาสอน ชื่อ ครูไสว (ปัจจุบันเป็นผู้กองไสวซึ่งเป็น ผอ.ร.ร.ตชด.บ้านโป่งลึก) และ ดต.รัตนะ ศรีคำ เป็นครูใหญ่โรงเรียน ตชด.บ้านป่าหมากในสมัยนั้น
 
นอกจาก ตชด. แล้ว มีทหารชุดแรกที่มาอยู่ด้วย คือ กองพลทหารราบที่ 19 จากค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี หัวหน้าชุดชื่อ หมวดปราโมทย์ มาทำการรวมชาวบ้านสวนทุเรียนและได้วัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านทั้งหมด
 
จากการสอบถามชาวไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมการตั้งหมู่บ้านป่าหมาก คือ นายเยาว์ ชูยิ่ง จึงรู้ว่ามีคนไทยมาอาศัยในหมู่บ้านป่าหมากมีจำนวนทั้งหมด 6 คน ให้มีการจัดตั้งหมู่บ้าน โดยมีหัวหน้ากิ่งอำเภอสามร้อยยอด ชื่อ นายอยุธยา คล้ายสิงห์ และกำนันเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหมู่บ้านป่าหมากและมีสมาชิกก่อตั้งหมู่บ้านดังนี้ 1. นายเยาว์ ชูยิ่ง 2. นายสมบูรณ์ (ไม่ทราบนามสกุล) 3. นายกุลเดช อยู่เจริญ 4. นายชัยยา ปิติพนา 5. นายชัยศักดิ์ เตาะไธสง 6. นายบุญเติม (ไม่ทราบนามสกุล)
 
ประวัติหมู่บ้านป่าหมาก
 
บ้านป่าหมาก ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนการจัดตั้งโรงเรียน ตชด.บ้านป่าหมาก มีประชาชนอาศัยอยู่และได้ตั้งชื่อว่าบ้านป่าหมาก เดิมฝากการปกครองไว้กับ หมู่ที่ 3 บ้านหนองเป่าปี่ ตำบลศาลาลัย กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยยังไม่ได้รับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ. 2547
 
ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงและถือว่าเป็นบุคคลพื้นที่สูง โดยอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บ้านแพรกตะลุยซ้าย เพราะอยู่ใกล้กับลำห้วยแพรกตะลุยซ้าย ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปราณบุรี โดยในสมัยนั้นมีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ ๑๐ ครัวเรือนและต่อมาได้ตกเป็นพื้นที่อิทธิพลของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
 
ในปี พ.ศ.2525 สถานการณ์การก่อการร้ายคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง จึงมีชาวกระเหรี่ยงจากสวนทุเรียน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้ามาอยู่อาศัยกับชาวบ้านป่าหมากอีกประมาณ 10 ครัวเรือน ซึ่งชาวบ้านกลุ่มนี้นิยมการกินหมาก จึงได้ปลูกต้นหมากไว้เก็บผลผลิต และต่อมาชุดลาดตระเวนของหมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 710 (ปัจจุบัน กก.ตชด. 14) ได้ลาดตระเวนเข้ามาพบชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่ นี้ว่า "บ้านป่าหมาก” (ตชด.ตั้งชื่อให้จนถึงปัจจุบัน)
 
ในปี พ.ศ.2534 กก.ตชด.14 ได้ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ ได้พยายามแนะนำราษฎรให้เข้าปลูกบ้านเรือนรวมกลุ่มกัน โดยมีการแบ่งพื้นที่เท่า ๆ กัน เพื่อเป็นการป้องกันการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปราณบุรีและให้ง่ายต่อการควบคุม แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นพื้นที่ทุรกันดารการเดินทางลำบากและเป็นพื้นที่ที่มีเชื้อไข้มาลาเรียสูงมาก
 
ในปี พ.ศ.2538 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดครูจำนวน 2 คนเข้ามาทำการสอน ภายใต้การติดต่อประสานงานของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 มีอาคารเรียนขนาด 6 x 12 เมตร จำนวน 1 หลัง
 
ในปี พ.ศ.2539 ผบ.กกล.สุรสีห์ (พลตรีสัญชัย รัชตะวรรณ) เดินทางมาตรวจเยี่ยมบ้านแพรกตะคร้อ อำเภอปราณบุรี (ปัจจุบันขึ้นเป็นอำเภอหัวหิน) ได้ทราบว่าชาวกะเหรี่ยงสวนทุเรียนยังมีการติดต่อกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าตามแนวชายแดนพม่าอันอาจจะเกิดปัญหาระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อราษฎรโดยได้มอบนโยบายการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนบ้านสวนทุเรียนและบ้านป่าหมาก
 
ในปี พ.ศ. 2542 ได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนบ้านป่าหมากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จัดครูจำนวน 2 คน เข้ามาทำการสอนโดยมี จ.ส.ต.รัตนะ ศรีคำ เป็นหัวหน้าศูนย์การเรียนเริ่มจัดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล
 
ในปี พ.ศ.2546 ได้รับการจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก (สาขาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาจ้าว) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาหน่วยพยาบาลที่มีอยู่ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลให้เป็น สุขศาลาพระราชทาน เพื่อเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของนักเรียนและประชากรในถิ่นทุรกันดารทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน รวมทั้งช่วยให้เกิดความไว้วางใจในเจ้าหน้าที่รัฐกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่านักเรียนและประชาชนในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก มีความยากลำบากในการเดินทางเข้ารับการรักษาพยาบาลเมื่อมีการเจ็บป่วย
 
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก จำนวน 4 ครั้ง
 
ปัจจุบัน (ณ เดือนสิงหาคม 2565) บ้านป่าหมากมีจำนวนประชากรทั้งหมด 243 ครัวเรือน ประชากร 744 คน จำแนกเป็นชาย 384 คน หญิง 360 คน ราษฎรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยมีสำนักสงฆ์วัดป่าช้างขาวบ้านป่าหมาก จำนวน 1 แห่ง คริสต์ (นิกายคาทอลิก โปแตสแตนท์) มีโบสถ์ศาสนาคริสต์ 1 หลัง ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร คือ ภาษาไทยและภาษากระเหรี่ยง
 
ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างและทำเกษตรกรรมทำไร่ปลูกพืช เช่น พริก ข้าวโพด ข้าว กาแฟ ทุเรียน ผลไม้ อื่น ๆ รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปีประมาณ 20,000 – 35,000 บาท ซึ่งบางครัวเรือนมีฐานะปานกลาง และบางครัวเรือนมีฐานะค่อนข้างยากจน
 
การบริการของภาครัฐ
1. มีไฟฟ้าระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ใช้ทุกหลังคาเรือน
2. สถานพยาบาลที่อยู่ใกล้โรงเรียนที่สุดคือ สถานีอานามัยแพรกตะคร้อ อยู่ห่างประมาณ 16 กิโลเมตร หากมีการเจ็บป่วยหนักจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
3. สุขศาลาพระราชทานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก
4. โรงเรียนมัธยมศึกษา (ขยายโอกาส) ที่ใกล้ที่สุดคือ โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ หมู่ที่ 3 ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 
ผู้นำหมู่บ้านปัจจุบัน ผู้ใหญ่บ้าน นายศรแดง โคสินธิ์ ผู้นำตามธรรมชาติ ศาสนาพุทธ นายเงิน ใจเย็น (หัวหน้าเผ่า) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว นายแดง ใจเย็น (รองหัวหน้าเผ่า) ศาสนาคริสต์ นางฟ้า โคสินธิ์ (ครูสอนศาสนา)
 
หมู่บ้านใกล้เคียง คือ บ้านแพรกตะลุย หมู่ที่ 6 ตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางจากหมู่บ้านถึงโรงเรียน 8 กิโลเมตร มีราษฎรอาศัยอยู่จำนวน 127 ครัวเรือนประชากร 647 คน ประชากรส่วนใหญ่เชื้อชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ อาชีพ เกษตรกรรม ทำสวน รับจ้าง รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปี 336,000 บาท ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คือ ภาษาไทย
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« พฤษภาคม 2567 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

๕/๑ พิพิธภัณฑ์เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนสละชีพ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ ๐-๓๒๖๐-๔๓๐๗ โทรสาร ๐-๓๒๖๐-๔๓๐๗

อีเมล์ prachuapculture@yahoo.com

สายด่วนวัฒนธรรม

Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม